[◕_◕] i am nuAng : หมาใต้ถุน ริ ไต่แตะฟ้า = ^^ =


8 พฤศจิกายน 2013

อินสมแจ้งรหัสลับไว้ว่า "6-7-8" นั่นคือ ตื่น 6โมง ลงมากินอาหารเช้า 7โมง ล้อหมุน 8โมง ^^ วันนี้กำหนดการของเราคือมุ่งหน้าสู่เมืองพะโค หรือ หงสาวดีที่คนไทยคุ้นชื่อกันมานานเน ก่อนออกจากเขตเมืองย่างกุ้งได้แวะหน้าบ้านม่ะม่าอองซาน ซูจีด้วยค่ะ ^^ แล้วยังได้แวะที่ "สุสานทหารอังกฤษ" สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของทหารอังกฤษที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยที่พม่า ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษรบกับญี่ปุ่น ที่นี่มีศพของนายทหารถึง 27,000 นาย สถานที่กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน และเงียบสงบวังเวง

เราใช้เวลาที่นี่ไม่นานก็ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่เมืองพะโค เพราะอินสมบอกว่าเรามีนัดไปใส่บาตรกันตอน 11โมงที่ วัดเจ๊ะคะไว วัดนี้มีพระสงฆ์กว่า 500 รูปซึ่งจะเดินแถวเรียงเดี่ยวมารับบาตรเป็นข้าวสวยที่ทางวัดจัดเตรียมไว้เป็นหม้อใหญ่!!! 


ย้ำ หม้อใบใหญ่มากๆ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวสามารถไปหยิบจานเพื่อตักข้าวจากหม้อแล้วมายืนเรียงแถวเพื่อใส่บาตรได้โดยหากต้องการทำบุญตามแต่ศรัทธาได้โดยติดต่อกับส่วนงานประชาสัมพันธ์ของทางวัดได้เลย ด้านในของโรงอาหารมีโต๊ะวางสำรับอาหารเรียงรายอยู่กว่า 100โต๊ะ พระสงฆ์เมื่อรับบาตรข้าวสวยแล้วจะเดินเข้ามานั่งทีีโต๊ะแล้วรอคอยจนกว่าพระรูปสุดท้ายนั่งประจำที่แล้วจึงเริ่มฉันเพลพร้อมเพรียงกัน นับช่วงเวลาตั้งแต่พระรูปแรกเริ่มรับบาตรจนกระทั่งรูปสุดท้ายเข้านั่งประจำที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงตั้งแต่ 11:30น. ยาวนานจริงๆ ค่ะ พระเยอะมากๆ จากนั้นก็ถึงเวลาเติมพลัง มื้อเที่ยงร้าน 555 เป็นร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวเลยค่ะ มีอาหารไทยด้วย เด็กเสริฟพูดไทยได้หลายคำเลยค่ะ โดยเฉพาะคำว่า "กุ้งแม่น้ำ" 5555 ร้านนี้น้ำพริกกุ้งป่น อร่อยสุดๆ 

หลังจากท้องอิ่มก็มุ่งหน้าสู่ "วัดไจ้ปอลอเม๊ะสิ่น" ที่นี่เสียค่าหิ้วกล้องด้วยนะคะ 300 KS 


จุดแรกที่ไกด์อินสมพาไปคือ "พระนอนเอกเขนก" ปางนี้ไม่เคยเห็นแปลกดี 

วัดนี้ Highlight คือ พระพุทธรูปสีทองที่คนไทยเรียกว่า "พระไฝเลื่อน" เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี โดยมีเรื่องเล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาติดอยู่ใกล้ๆวัด จุดเด่นที่น่าอัศจรรย์คือ ตัวองค์พระมีตำหนิคล้ายไฝ วันดีคืนดีไฝนี้ก็จะเลื่อนตำแหน่งได้ และปัจจุบันตำหนิดังกล่าวอยู่ที่ขมับด้านขวามีได้หลายปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่บันทึกภาพตำแหน่งก็จะไม่ตรงกันเลย ชาวพม่าจึงได้มีรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะที่ไฝอยู่ในแต่ละจุดเอาไว้เพื่อใช้ในการทำนายสิ่งต่างๆ ซึ่งจากคำบอกเล่ายืนยันว่า ค่อนข้างตรงซะด้วย.....

เกือบบ่าย 3 แล้ว อินสมบอกว่าพวกเราต้องรีบไปขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อเพื่อขึ้นไปยังหมู่บ้านใกล้ๆ พระธาตุอินทร์แขวน 


คืนนี้พวกเราจะเข้าพักที่โรงแรม Mountain Top ด้วยนะคะ แต่ก่อนจะไปถึงโรงแรม ต้องไต่บันไดเพื่อปีนข้ามไปนั่งบนรถซะก่อนค่ะ รถ 1 คันจะมีแผ่นไม้วางพาดให้นั่งประมาณ 5 แถว กำหนดนั่งแถวละ 6-7 คน แน่นเอี้ยดเลยค่ะ ค่าโดยสารคนละ 2500KS แต่หากจะไปนั่งข้างหน้าในห้องโดยสารคิดที่คนละ 3000KS แต่วันที่เราขึ้นนั้นที่นั่งด้่นในโดนจองไปหมดแล้ว พวกเราก็เลยสมยอมไปนั่งในกระบะด้านหลังแทน พอล้อหมุนเท่านั้นแหละ อุแม่จ้าวววววว ออกตัวยังกะรถแข่ง บรื้นนนนนน!!! 

เร้าใจแท้ๆ ถนนทางขึ้นเป็นถนนเลนครึ่ง รถไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ จึงมีจุดจอดรอ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบว่า ด้านบนปล่อยรถลงมาหรือยัง?? ปล่อยมากี่คัน?? ตรงจุดจอดรถขาขึ้นเรารอกันนานเชียว ไกด์อินสมเลยเล่าตำนานของพระธาตุอินทร์แขวนให้ฟัง เพลินเลย ทางขึ้นไต่ระห่ำมากๆ โค้งเป็นผ้าพับทบๆ เลยทีเดียว คนขับเก่งสุดๆ นับถือจริงๆ ความรู้สึกเหมือนนั่ง Roller Coaster ในสวนสนุกเลยอ่ะ 

จังหวะนี้ท่านแม่ ท่านน้า นั่งสวดมนต์กันพึมพำทีเดียว แต่ ท่านพ่อกะ 2 ลูกสาวสนุกกันมาก 5555 โดน 2 แม่ค้อนบ่อยเลยอ่ะ รถโดยสารจะมีจุดจอด 2 จุดนั่นคือตรงหมู่บ้านด้านล่างก่อนถึงเนินสุดท้าย ตรงนี้มีที่พักค่อนข้างเยอะและเป็นจุดเริ่มเรียกใช้บริการเสลี่ยงให้ชาวพม่าแบกขึ้นไปยังพระธาตุอินทร์แขวนได้ แต่พวกเราโชคดีที่ได้พักด้านบนใกล้กับทางเข้าพระธาตุอินทร์แขวน โรงแรม Mountain Top ห่างจากประตูวัดไม่น่าเกิน 400เมตร ทำเลด้านบนเป็นการวางโรงแรมและร้านค้าบนสันเขา

ลงจากรถ 6ล้อก็หิ้วสัมภาระเดินไปที่ Mountain Top Hotel ตรงจุดจอดรถมีชาวบ้านแบกกระชุมารับจ้างแบกของเยอะเลย สอบถามได้ความว่า ชาวพม่านิยมนำของมาถวาย บ้างก็ขึ้นมาพำนักและนั่งสมาธิ ทำให้มักจะมีสัมภาระเยอะแยะ หลังๆ มานักท่องเที่ยวก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมาย 
หลังจากถ่ายภาพจนสาแก่ใจแล้วก็ได้เวลากลับที่พัก มื้อเย็นของเราก็อลังการอีกเช่นเคย กินไม่เคยหมด เสียดายมากๆ T_T 


คืนนั้นได้ลิ้มลอง Myanmar Beer ขมเบียด Leo บ้านเราไปหลายช่วงตัวเลย ><" ที่พักของเรา Mountain Top ชื่อนี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาลอยๆ.... เพราะตัว Lobby และห้องอาหารห้องพักตั้งอยู่ตรงสันเขา ด้านหน้าติดกับทางเดินหลักเข้าสู่วัดพระธาตุอินทร์แขวน พอเปิดประตูด้านหลังเพื่อไปยังห้องพัก ภาพที่เราเห็นจะเป็นช่องบันไดชันดิกลงไปด้านล่าง วิวในระดับสายตาเป็นยอดเขาสูงไกลโพ้น ห้องของเราเบอร์ 402 นั่นแสดงว่าต้องลงไป 4 ชั้น..... แล้วพรุ่งนี้เช้าตรู่ก่อนตะวันขึ้นก็ต้องไต่ขึ้น 4 ชั้นเช่นกัน งี๊ดดดดดด!! คืนนี้นอนฟังเสียงลมหวีดหวิวตลอดคืน อากาศเย็นยะเยือกดีแท้



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ

บันทึกทริปคนชรากับตากล้อง ตอน ท่องเมืองหม่อง :: เมืองพะโค
โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม 2557
เวลา 11:17
เข้าชม 679 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/iUHyDx